เรื่องสั้น แมงดาตัวผู้ ตอนที่ 1
เรื่องสั้นแมงดาตัวผู้
ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย
ตอน เพื่อนรักเพื่อนร้าย
“ อีกแล้ว อะไรอะไรก็โปรเจค”
เสียงบ่นของสาวหน้าตาหวานจิ้มลิ้มเหมือนลูกครึ่งซึ่งเธอรู้สึกโมโหที่อาจารย์ของเธอสั่งงานและในโปรเจคงานนี้จะเป็น ชิ้นสุดท้ายของปลายภาคก่อนที่ปี 4 จะจบลง ขณะนั้นในห้องต่างมีเสียงซุบซิบพูดดังขึ้นมาจนอาจารย์ต้องบอกให้นิสิตทุกคนเงียบแล้วเสียงนั้นก็ค่อย ๆ ดับลง
“งานนี้อาจารย์ให้ทำเป็นคู่ ถ้าอย่างนั้นเชอร์รี่คู่กับเรานะ” ใบตองหญิงสาวตาโตผมสีน้ำตาลขณะพูดตาเธอเปล่งประกายเพื่อบอกให้เพื่อนสนิททำงานคู่กับตน
ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ชั้นปี 1 เรียกได้ว่าแค่มองตาก็รู้ใจถึงแม้เชอร์รี่จะขี้บ่นให้อาจารย์ เวลาสั่งงานและใบตองก็จะต้องคอยสะกิดให้หยุดพูดประจำเชอร์รี่เป็นเพื่อนสนิทหน้าตาจิ้มลิ้มคล้ายลูกครึ่งส่วนใบตองหญิงสาวเรียบร้อยพูดน้อยนิสัยตรงข้ามกับเชอร์รี่แต่ด้วยความสนิทสนมความผูกพันจึงทำให้เขาทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปี 4 ทั้งสองจึงนัดกันทำงานที่บ้านของใบตองในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ อีกสามวันต่อ…มาติ๊งต่อง ๆ เสียงออดของบ้านหลังใหญ่เหมือนคฤหาสน์ของเศรษฐีพันล้านดังขึ้น
“อ้าว ! มาแล้วหรอเชอร์รี่ มาแต่เช้าเลยนะเข้ามา ๆ ” เสียงใบตองร้องต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันมาจนจะ 4 ปี เชอร์รี่ก็ไม่เคยมาบ้านของใบตองสักครั้งเมื่อมีงานกลุ่มทุกคนจะช่วยกันทำที่มหาวิทยาลัยมากกว่าแต่เนื่องจากวันนี้คุณแม่ของเธอติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เธอจึงชวนเพื่อนมาทำงานที่บ้าน
“โห ! บ้านอะไรใหญ่ขนาดนี้ ใบตองแกน่าจะชวนฉันมาบ้านแกนานแล้วนะใหญ่มากอ่ะ อย่างกับพระราชวังในหนังเลย ”เสียงเชอร์รี่พูดขณะตานั้นมองไปยังรอบบ้านอย่างตกอกตกใจ
“ฉันขอมานอนบ้านแกบ่อย ๆ ได้ไหม” เขาพูดทั้งที่ตาไม่ได้มองไปที่ใบตองเลยแต่ยังจับจ้องอยู่กับบ้านเครื่องตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง
“ได้สิวันนี้แกนอนบ้านฉันก็ได้พอดีคุณแม่ไม่อยู่ฉันอยู่กับคุณพ่อ และแม่บ้านสองคน” ใบตองพูดพลางมองเพื่อนอย่างเอ็นดู
ทั้งคู่ทำงานกันอย่างใจจดใจจ่อทันใดนั้นพ่อของใบตองคุณคมสันต์ อัครเศรฐาเรืองเดช นักธุรกิจใหญ่อายุราว 50 ที่ยังหนุ่มแน่นหน้าตาหล่อนิสัยเจ้าชู้ก็เดินมาหาลูกสาว
“อ้าวลูก เพื่อนหรอ” พลางชี้นิ้วไปยังเชอร์รี่และรับไหว้
“ตามสบายนะถือว่าเป็นบ้านของตัวเอง” พ่อของใบตองพูดพร้อมมองใบหน้าที่คล้ายลูกครึ่งของเชอร์รี่
ใบตองก็ยังคงก้มทำงานต่อไปโดยไม่ได้มองดูว่าพ่อของเขาและเพื่อนสบตากันอย่างหวานหยดย้อยราวกับว่าหนุ่มสาวเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกแล้วถูกชะตา เมื่อทำโปรเจคจนถึงค่ำคุณพ่อของใบตองก็ได้ให้แม่บ้านมาเรียกทั้งคู่ไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันขณะรับประทานอาหารคุณพ่อของใบตองนั้นก็ชวนทั้งสองคุยอย่างสนุกสนาน ขณะนั้นเชอร์รี่ซึ่งนั่งตรงข้ามกับคุณพ่อของใบตอง เธอได้ใช้เท้าเขี่ยปลายเท้าของคุณพ่อ ทั้งสองสบตากันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ส่วนใบตองก็ยังคงรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พอตกดึกทั้งคู่ก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
“บ้านแกนี่น่าอยู่ดีนะถ้าฉันได้อยู่บ้านแบบนี้คงสบาย” เชอร์รี่พูดพลางมองเพดานขณะนอน แล้วทั้งคู่ก็หลับไป
นาฬิการาวตี 3
ทันใดนั้นใบตองก็ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการปวดท้องเธอรีบวิ่งแจ้นเข้าไปยังของน้ำโดยไม่สนใจว่าเพื่อนของเธอนั้นไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเสียแล้ว เมื่อออกมาจากห้องน้ำใบตองเธอเพ่งสายตาไปยังที่นอนได้แต่นึกในใจว่าเพื่อนของเธอนั้นหายไปไหนใบตองจึงเดินลงไปข้างล่างเพราะคิดว่าเพื่อนหิวกลางดึกปรากฏว่าในครัวนั้นไม่พบเพื่อนของเธอเลยเมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ดูรอบบ้านก็ไม่พบเธอจึงกลับไปยังชั้น 2 ขณะที่กำลังเข้าห้องไปเธอเหลือบเห็นไฟห้องของคุณพ่อเธอยังเปิดอยู่เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ และได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ฟังไม่ชัดเธอจึงใช้หูข้างขวาของเธอแนบเข้าไปยังประตู เธอนึกในใจว่าพ่อของเธอนั้นกำลังแอบนอกใจแม่อยู่จึงไปเอากุญแจสำรองจากแม่บ้านเธอเปิดเข้าไปโดยไม่เคาะเสียก่อนและภาพที่เห็นต่อหน้าต่อตานั้นทำให้เธอช็อกได้แต่กรีดร้องเสียงหลง แจ๋วแม่บ้านจึงรีบวิ่งขึ้นมาภาพที่ทำให้ใบตองกรีดร้องเหมือนคนเสียสตินั้นคือพ่อของเธอและเพื่อนสนิทกำลังกำลังเปลือยเสื้อผ้าอยู่ในห้องน้ำแล้วกอดกันกลมเหมือนงูที่เลื้อยเกี้ยวกัน ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดเหลือเกินแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพรากเป็นสายพ่อของเธอและเชอร์รี่พยายามอธิบายตั้งแต่เหตุการณ์ขณะนั้น จนถึงเช้าเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดจากับใคร
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เชอร์รี่ได้แต่พูดคำเดิมซ้ำ ๆ และกอดขาอ้อนวอนใบตองอยู่อย่างนั้น “แกทำกับฉันได้ยังไง” ใบตองพูดพลางน้ำตาไหล
“ใบตองลูกต้องใจเย็นนะความรักมันห้ามกันไม่ได้ลูกต้องเข้าใจความรู้สึกที่พ่อมีให้กับเชอร์รี่มันเหมือนกับความรักที่มีให้แก่แม่”
คำพูดของพ่อทำให้เธอรู้สึกโดนกรีดแผลที่เพื่อนสนิททำไว้แล้วก่อนหน้านี้ ใบตองเธอเลือกที่จะเก็บความลับครั้งนี้ที่เธอได้เพื่อนเป็นแม่อีกคนให้ตายไปกับความสนิทของเพื่อน
เสียงบ่นของสาวหน้าตาหวานจิ้มลิ้มเหมือนลูกครึ่งซึ่งเธอรู้สึกโมโหที่อาจารย์ของเธอสั่งงานและในโปรเจคงานนี้จะเป็น ชิ้นสุดท้ายของปลายภาคก่อนที่ปี 4 จะจบลง ขณะนั้นในห้องต่างมีเสียงซุบซิบพูดดังขึ้นมาจนอาจารย์ต้องบอกให้นิสิตทุกคนเงียบแล้วเสียงนั้นก็ค่อย ๆ ดับลง
“งานนี้อาจารย์ให้ทำเป็นคู่ ถ้าอย่างนั้นเชอร์รี่คู่กับเรานะ” ใบตองหญิงสาวตาโตผมสีน้ำตาลขณะพูดตาเธอเปล่งประกายเพื่อบอกให้เพื่อนสนิททำงานคู่กับตน
ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ชั้นปี 1 เรียกได้ว่าแค่มองตาก็รู้ใจถึงแม้เชอร์รี่จะขี้บ่นให้อาจารย์ เวลาสั่งงานและใบตองก็จะต้องคอยสะกิดให้หยุดพูดประจำเชอร์รี่เป็นเพื่อนสนิทหน้าตาจิ้มลิ้มคล้ายลูกครึ่งส่วนใบตองหญิงสาวเรียบร้อยพูดน้อยนิสัยตรงข้ามกับเชอร์รี่แต่ด้วยความสนิทสนมความผูกพันจึงทำให้เขาทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันจนถึงปี 4 ทั้งสองจึงนัดกันทำงานที่บ้านของใบตองในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ อีกสามวันต่อ…มาติ๊งต่อง ๆ เสียงออดของบ้านหลังใหญ่เหมือนคฤหาสน์ของเศรษฐีพันล้านดังขึ้น
“อ้าว ! มาแล้วหรอเชอร์รี่ มาแต่เช้าเลยนะเข้ามา ๆ ” เสียงใบตองร้องต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันมาจนจะ 4 ปี เชอร์รี่ก็ไม่เคยมาบ้านของใบตองสักครั้งเมื่อมีงานกลุ่มทุกคนจะช่วยกันทำที่มหาวิทยาลัยมากกว่าแต่เนื่องจากวันนี้คุณแม่ของเธอติดงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เธอจึงชวนเพื่อนมาทำงานที่บ้าน
“โห ! บ้านอะไรใหญ่ขนาดนี้ ใบตองแกน่าจะชวนฉันมาบ้านแกนานแล้วนะใหญ่มากอ่ะ อย่างกับพระราชวังในหนังเลย ”เสียงเชอร์รี่พูดขณะตานั้นมองไปยังรอบบ้านอย่างตกอกตกใจ
“ฉันขอมานอนบ้านแกบ่อย ๆ ได้ไหม” เขาพูดทั้งที่ตาไม่ได้มองไปที่ใบตองเลยแต่ยังจับจ้องอยู่กับบ้านเครื่องตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง
“ได้สิวันนี้แกนอนบ้านฉันก็ได้พอดีคุณแม่ไม่อยู่ฉันอยู่กับคุณพ่อ และแม่บ้านสองคน” ใบตองพูดพลางมองเพื่อนอย่างเอ็นดู
ทั้งคู่ทำงานกันอย่างใจจดใจจ่อทันใดนั้นพ่อของใบตองคุณคมสันต์ อัครเศรฐาเรืองเดช นักธุรกิจใหญ่อายุราว 50 ที่ยังหนุ่มแน่นหน้าตาหล่อนิสัยเจ้าชู้ก็เดินมาหาลูกสาว
“อ้าวลูก เพื่อนหรอ” พลางชี้นิ้วไปยังเชอร์รี่และรับไหว้
“ตามสบายนะถือว่าเป็นบ้านของตัวเอง” พ่อของใบตองพูดพร้อมมองใบหน้าที่คล้ายลูกครึ่งของเชอร์รี่
ใบตองก็ยังคงก้มทำงานต่อไปโดยไม่ได้มองดูว่าพ่อของเขาและเพื่อนสบตากันอย่างหวานหยดย้อยราวกับว่าหนุ่มสาวเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรกแล้วถูกชะตา เมื่อทำโปรเจคจนถึงค่ำคุณพ่อของใบตองก็ได้ให้แม่บ้านมาเรียกทั้งคู่ไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันขณะรับประทานอาหารคุณพ่อของใบตองนั้นก็ชวนทั้งสองคุยอย่างสนุกสนาน ขณะนั้นเชอร์รี่ซึ่งนั่งตรงข้ามกับคุณพ่อของใบตอง เธอได้ใช้เท้าเขี่ยปลายเท้าของคุณพ่อ ทั้งสองสบตากันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ส่วนใบตองก็ยังคงรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พอตกดึกทั้งคู่ก็อาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน
“บ้านแกนี่น่าอยู่ดีนะถ้าฉันได้อยู่บ้านแบบนี้คงสบาย” เชอร์รี่พูดพลางมองเพดานขณะนอน แล้วทั้งคู่ก็หลับไป
นาฬิการาวตี 3
ทันใดนั้นใบตองก็ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการปวดท้องเธอรีบวิ่งแจ้นเข้าไปยังของน้ำโดยไม่สนใจว่าเพื่อนของเธอนั้นไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเสียแล้ว เมื่อออกมาจากห้องน้ำใบตองเธอเพ่งสายตาไปยังที่นอนได้แต่นึกในใจว่าเพื่อนของเธอนั้นหายไปไหนใบตองจึงเดินลงไปข้างล่างเพราะคิดว่าเพื่อนหิวกลางดึกปรากฏว่าในครัวนั้นไม่พบเพื่อนของเธอเลยเมื่อเดินไปเรื่อย ๆ ดูรอบบ้านก็ไม่พบเธอจึงกลับไปยังชั้น 2 ขณะที่กำลังเข้าห้องไปเธอเหลือบเห็นไฟห้องของคุณพ่อเธอยังเปิดอยู่เธอจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ และได้ยินเสียงคนคุยกันแต่ฟังไม่ชัดเธอจึงใช้หูข้างขวาของเธอแนบเข้าไปยังประตู เธอนึกในใจว่าพ่อของเธอนั้นกำลังแอบนอกใจแม่อยู่จึงไปเอากุญแจสำรองจากแม่บ้านเธอเปิดเข้าไปโดยไม่เคาะเสียก่อนและภาพที่เห็นต่อหน้าต่อตานั้นทำให้เธอช็อกได้แต่กรีดร้องเสียงหลง แจ๋วแม่บ้านจึงรีบวิ่งขึ้นมาภาพที่ทำให้ใบตองกรีดร้องเหมือนคนเสียสตินั้นคือพ่อของเธอและเพื่อนสนิทกำลังกำลังเปลือยเสื้อผ้าอยู่ในห้องน้ำแล้วกอดกันกลมเหมือนงูที่เลื้อยเกี้ยวกัน ช่างเป็นภาพที่เจ็บปวดเหลือเกินแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพรากเป็นสายพ่อของเธอและเชอร์รี่พยายามอธิบายตั้งแต่เหตุการณ์ขณะนั้น จนถึงเช้าเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดจากับใคร
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” เชอร์รี่ได้แต่พูดคำเดิมซ้ำ ๆ และกอดขาอ้อนวอนใบตองอยู่อย่างนั้น “แกทำกับฉันได้ยังไง” ใบตองพูดพลางน้ำตาไหล
“ใบตองลูกต้องใจเย็นนะความรักมันห้ามกันไม่ได้ลูกต้องเข้าใจความรู้สึกที่พ่อมีให้กับเชอร์รี่มันเหมือนกับความรักที่มีให้แก่แม่”
คำพูดของพ่อทำให้เธอรู้สึกโดนกรีดแผลที่เพื่อนสนิททำไว้แล้วก่อนหน้านี้ ใบตองเธอเลือกที่จะเก็บความลับครั้งนี้ที่เธอได้เพื่อนเป็นแม่อีกคนให้ตายไปกับความสนิทของเพื่อน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น