เรื่องสั้นแมงดาตัวผู้ตอนที่ 10
เรื่องสั้นแมงดาตัวผู้
ตอน สินสอดวันเดียว
เวลาล่วงเลยมา 2 ปีใบตองสาวสวยในวันนั้น วันนี้ได้โตเป็นสาวเต็มวัยพร้อมที่จะมีครอบครัวเพราะเธอถูกชายหนุ่มรูปหล่อชื่อดนัยพงศ์
ขอแต่งงาน
พงษ์ดนัยลูกของลูกของเจ้าของบริษัทเจียระไนเพชรแห่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นเศรษฐีไม่แพ้ครอบครัวของใบตองแน่นอนทั้ง
2 คบหาดูใจกันมาหลายปีจนถึงวันนี้ทั้งคู่ตกลงปลงใจที่จะแต่งงานกันแล้ว
วันนี้ขบวนขันหมากที่จะสู่ขอ ก็ได้เดินทางมาสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ย่านสุขุมวิท รถราคาหลักล้านนับไม่ถ้วนเพื่อมาเป็น
สักขีพยานในงานหมั้นในงานนั้นต่างชื่นมื่นคุณคมสันต์และคุณพิมพ์พิชา ต่างจัดงานได้อย่างสมเกียรติสมฐานะพิธีกรนั้นได้เชิญทุก
เข้าสู่พิธีการมันเป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยและเป็นครั้งแรกที่พ่อแม่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้เห็นหน้ากันฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นได้หอบสินสอดทองมั่นรวมทั้งหมด
109,000,000 เป็นที่ภูมิใจแก่วงศ์ตระกูลอัครเศรฐาเรืองเดช คุณชาติชายและคุณหญิงสุภาวดีทั้งคู่
เป็นคนใจดีใจบุญ
“สวัสดีค่ะ นี่คงเป็นการเจอกันครั้งแรกนะคะยินดีต้อนรับเป็นทองแผ่นเดียวกันค่ะ” พิมพ์พิชาพูดกับชาติชายและคุณหญิงสุภาวดีอย่างเป็นกันเอง
“ยินดีเช่นเดียวกันค่ะ” สุภาวดีตอบกลับ
เมื่อพิธี การหมั้นได้เสร็จสิ้นลง
แค่ผู้มีเกียรติทั้งหลายต่างแยกย้ายกลับบ้านเหลือเพียงพ่อกับแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายที่ยังอยู่ด้วยกันทั้ง 2
บ้านจะร่วมรับประทานอาหารกันในคืนนี้
“วันนี้ผมจะเตรียมมื้อพิเศษร่วมรับประทานอาหารกันนะครับ”
คมสันต์เอ่ยชวน
คุณพ่อและคุณแม่ของพงษ์ดนัยอย่างปลื้มปรีติ
“แน่นอนครับ” ชาติชายตอบรับ
เมื่อเวลาค่ำทุกคนต่างรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยอิ่มหนำสำราญก็พูดคุยกันอยู่บนโต๊ะอาหารทันใดนั้นคมสันต์ก็มองออกไปนอกบ้านเห็นคุณหญิงสุภาวดียืนอยู่ข้างนอกคนเดียวคุณหญิงสุภาวดีนั้นเป็นดารานักแสดง
ในอดีตต่อมาได้แต่งงานกับชาติชายนักธุรกิจเพชรพลอยจึงได้ลาออกจากวงการบันเทิงมาร่วมทำธุรกิจแต่ความสวยของเธอนั้นก็ไม่ปราณีสายตาใช้ได้เลยแม้แต่คมสันต์เอง
“สวัสดีครับคุณหญิง” คมสันต์ ค้อมตัวลงให้
“ผมขอพูดคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวด้วยนะครับ เจอกันตั้งนานไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย” เขาพูดต่อท้าย
“ยินดีค่ะ ครั้งแรกที่เห็นคุณนึกว่าคุณจะเป็นชายแก่ชราไปเสียอีก
ฮ่า ๆ” สุภาวดีหัวเราะ
“แล้วหลังจากเห็นเป็นไงล่ะครับ” คมสันต์ส่งสายตาที่อ่อนหวานแต่สุภาวดีกลับไม่ตอบแหงนมองดูท้องฟ้า
ทั้งคู่นั่งพูดคุยกันอยู่นานพอสมควร
“คุณพิมพ์พิชาโชคดีจังเลยนะคะที่ได้คุณคมสันต์เป็นสามี”
พูดเสร็จสุภาวดี ก็ใช้เท้านั้นแตะไปยังที่ปลายเท้าคมสันแล้วเค้าตอบกลับว่า
“ถ้าวันนั้นผมพบกับคุณก่อนพิมพ์พิชาผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นคงจะเป็นคนแล้วล่ะครับ” คมสันต์ตอบทั้งคู่มองกันด้วยสายตาที่หวานยืม
เขาจึงย้ายข้างเข้าไปนั่งฟังเดียวกันกับคุณหญิงสุภาวดีทั้งคู่เกิดคุยกันถูกคอจนกระทั่งถูกใจกัน
เค้าใช้มือโอบกอดไปที่ไหล่ของสุภาวดีทันใดนั้นสุภาวดีก็ใช้นิ้วของเธอแตะที่ปากอย่างเบา
ๆ และลูบลงจนถึงหน้าอก
ทั้งคู่พยายามแอบขึ้นไปยังห้องนอนขณะที่หลายหลายคนเผลอเมื่อขึ้นไปยังห้องแล้วทั้งคู่ก็กอดจูบกันอย่างเร่าร้อน
สุภาวดี ใช้มือของเธอดึงเนคไทของคมสัน ทั้งคู่ล้มลงยังที่นอนเปลี่ยนสปริงที่นุ่มในขณะเดียวกันพงษ์ดนัย
และใบตองขึ้นเอาของมาเก็บที่ห้องเขาทั้งเดินผ่านห้องรับแขกชั้น 2 ได้ยินเสียงคล้ายคนร้องเบา ๆ ทั้งคู่มองหน้ากันทันใดนั้นพงษ์ดนัยก็ตัดสินใจเปิดเข้าไปดูพร้อมกับใบตอง
ภาพที่เห็นบนเตียงนั้นคือพ่อและแม่ของทั้งคู่กำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” พงษ์ดนัยร้องขึ้นอย่างสุดเสียง
“มันเป็นเรื่องอัปยศที่สุด” เขาพูดต่อ
ทันใดนั้นทุกคนในบ้านต่างวิ่งขึ้นมาพร้อมกันทั้งชาติชายและพิมพ์พิชาก็ได้เห็นภาพอันอุจาดตานั่นคือทั้งภรรยาและสามีของตัวเองกำลังเปลือยผ้านอนอยู่บนเตียงโดยที่ไร้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พิมพ์พิชาน้ำตาไหล
“คุณมันเหมือนกับสัตว์เดียรัจฉานไม่นึกถึงจิตใจลูกบ้างหรืออย่างไร” เค้าด่าสามีพร้อมกำกำปั้นแน่น
ฝ่ายชาติชาย ซึ่งเป็นผู้ชายที่เด็ดเดี่ยว
“ถ้าคุณอยากได้เขาเป็นสามีมากนักพรุ่งนี้เราไปหย่ากัน
ผมไม่ต้องการผู้หญิงที่เป็นกาลกิณีแก่วงศ์ตระกูล”
คุณหญิงสุภาวดีรีบเปลี่ยนชุดร้องห่มร้องไห้เดินตามสามีแต่ก็ไม่ได้รับความใยดี
ส่วนใบตองและพงษ์ดนัยทั้ง2 ต่างไม่พูดคุยกันเมื่อมาส่งกันที่หน้าบ้าน
“ฉันว่าเราเลิกกันดีกว่านะคะ” ใบตองพูดทั้งที่น้ำตาบนใบหน้ายังไหล
“มันคงเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำที่จะไม่ทำให้ครอบครัวเราแตกแยกไปมากกว่านี้”
เขาพูดต่อ
พงษ์ดนัยได้แต่ก้มหน้า “ผมไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น”
แล้วเขาก็เดินไปอย่างรถทันทีที่พงษ์ดนัยได้ในก้าวขึ้นรถทำให้น้ำตาของใบตองยิ่งไหลเธอนั่งลงกับพื้นเธอไม่คิดว่าการที่จะเริ่มใช้ชีวิตวันแรกและวันสุดท้ายจะเป็นวันเดียวกัน
๐๐๐๐๐๐๐

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น