เรื่องสั้นแมงดาตัวผู้ตอนที่ 6
เรื่องสั้นแมงดาตัวผู้
ตอน เด็กเสี่ย
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ใบตองนั้นเรียนจนถึงชั้นปีที่
4 ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะเธอจะจบการศึกษาและรับใบปริญญา
“กลับบ้านก่อนนะแก” ใบตองโบกมือลาเพื่อน หลังจากเรียนเสร็จ
“จ้าพรุ่งนี้เจอกัน” มะนาวเพื่อนของใบตองตอบรับมา
“ฮัลโหลค่ะ ลุงข้าวลุงข้าวจอดรถที่ไหนคะพอดีว่าตองเลิกเรียนแล้วค่ะ” เธอโทรหาคนขับรถเพื่อที่จะกลับไปยังบ้าน
ขณะที่เธอยืนรอรถอยู่ ก็มองไปยังฝั่งตรงข้ามของถนนลักษณะรถคันนั้นที่เธอมองเห็นพลายรถคุณพ่อของเธอที่กำลังมีนิสิต
ใส่กระโปรงสั้นขึ้นไปยังรถ แต่เธอก็ไม่ค่อยแน่ใจเพราะว่าอยู่ไกลเมื่อเธอกลับไปถึงบ้านเธอก็รีบถามหาคุณพ่อว่ากลับบ้านหรือยังแต่แม่บ้านก็บอกว่ายังไม่กลับมา
ทั้งที่เป็นเวลาเลิกงานแล้วแต่ยังไม่กลับมาถึงบ้าน
“ทำไมไม่รับสายเนี่ย” ใบตองบ่นหลังจากวางโทรศัพท์ที่เธอกำลังโทรไปหาพ่อ
เช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ไปมหาวิทยาลัยตามปกติโดยมีลุงข้าวเป็นคนไปรับไปส่ง
เป็นประจำวันนี้เธอออกบ้านเร็วกว่าปกติเพราะไปรอดูรถคันเดิมว่าใช่รถของคุณพ่อเธอหรือไม่เหตุการณ์เป็นไปตามเดิมมีรถปอร์เช่คันหนึ่งคล้ายรถของคุณพ่อเธอเข้ามาจอดแต่ยังไม่ทันไร
“เอ้าใบตองอยู่นี่เองหรอไปขึ้นคลาสกัน” แล้วเพื่อนเธอ 2 คนก็ลากเธอขึ้นไปยังคณะ
เธอจึงไม่ทันได้มองเห็นว่าในรถนั้นมีใครบ้าง แต่เธอพอจะจำผู้หญิงเมื่อวานได้ซักหน่อยว่าเป็นใครเธอจึงพยายามติดตามผู้หญิงคนนั้นจนกระทั่งเธอไปพบหญิงคนนั้นที่โรงอาหารจึงแกล้งเข้าไปรับประทานอาหารอยู่ข้าง ๆ
เธอจึงไม่ทันได้มองเห็นว่าในรถนั้นมีใครบ้าง แต่เธอพอจะจำผู้หญิงเมื่อวานได้ซักหน่อยว่าเป็นใครเธอจึงพยายามติดตามผู้หญิงคนนั้นจนกระทั่งเธอไปพบหญิงคนนั้นที่โรงอาหารจึงแกล้งเข้าไปรับประทานอาหารอยู่ข้าง ๆ
“เฮ้ยมึง วันนี้เสี่ยแกก็มาส่งกูอีกแล้วว่ะปอร์เช่ซะด้วย”
นิสิตน้ำค้างปี 3 ตัวเล็กผิวขาวเธอชอบแต่งตัวใส่กระโปรงนักศึกษาสั้นจนครูต้องตำหนิหลายครั้งโปรไฟล์ของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดามีคนว่ากันว่าเธอเป็น
เด็กเสี่ยใบตองไม่ค่อยสนใจแต่เมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเธอจึงใส่ใจเป็นพิเศษเพื่อหาข้อสรุปว่าใช่พ่อของเธอหรือไม่
“ว่าแต่ชื่ออะไรวะ แกอายุเท่าไหร่ รวยไหม” เพื่อนของน้ำค้างถามขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ก็ไม่รู้ว่ารวยไม่นะก็แค่อยากได้อะไรก็ซื้อให้กระเป๋า
Chanel ใบละแสนก็เคยซื้อให้นาฬิกาโรเล็กซ์ก็ซื้อให้อยากได้
อะไรคือตามใจอ่ะแก” น้ำค้างพูดแล้วก็ยกกระเป๋าขึ้นมาอวดเพื่อน
อะไรคือตามใจอ่ะแก” น้ำค้างพูดแล้วก็ยกกระเป๋าขึ้นมาอวดเพื่อน
“โห!!” เพื่อนในกลุ่มอุทานเมื่อเห็นและได้ยินราคากระเป๋า
“ก็แค่เสี่ยแก่ ๆ คนหนึ่งกูก็หลอกกินไปงั้นแหละ
แล้ววันนี้เสี่ยนัดฉันกินข้าวที่ร้านอาหารดังด้วยแหละว่าจะไปกินอาหารอินเตอร์แบบอิตาเลียนหลังจากเลิกคลาสสี่โมงเย็นงั้นฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ”
น้ำค้าง
พูดเสร็จเธอก็รีบลุกออกจากโรงอาหารแล้วก็เดินออกไป
ส่วนใบตองที่นั่งทานข้าวอยู่ข้างเธอได้ยินดังนั้นก็พอจะรู้ว่าร้านดังอาหารอิตาเลียนอยู่ที่ไหนเมื่อลุงข้าวมารับเธอจึงบอกให้จอดรอก่อนจนถึงเวลาบ่าย
4 โมงเย็น
เมื่อถึงเวลาเธอบอกให้ลุงข้าวขับรถไปยังร้านอาหารชื่อดังเธอแอบอยู่ในรถท่านใดนั้นรถปอร์เช่ทะเบียน
ขก-1865 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของคุณพ่อเธออย่างแน่นอน มีหญิงสาวตัวเล็กก้าวขาออกมาจากรถและแน่นอนนั่นคือน้ำค้างทั้งสองเดินกันเดินไปกินอาหารข้างในร้าน
“ออกรถเลยค่ะลุงข้าว” เธอตัดสินใจไม่สนใจอะไรเลย
แต่สุดท้ายความที่เป็นลูกเธอบอกให้ลุงข้าวย้อนรถกลับมาที่ร้านเดิมเพื่อบอกให้พ่อของเธอหูตาสว่างแล้วก็เข้าไปในร้านคุณพ่อคะคุณพ่อของเธอเห็นใบตองก็รู้สึกตกใจ
“ลูกมาได้ยังไง”
“คุณพ่อค้าเด็กคนนี้จะมาหลอกเอาเงินคุณพ่อค่ะอย่าไปซื้ออะไรให้เค้าอีกนะคะ” เธอชี้หน้าน้ำค้าง
“เปล่านะคะ” น้ำค้างปฏิเสธ
ผู้คนต่างมองเข้ามาโต๊ะของคุณคมสันต์ที่มีเสียงเอะอะโวยวาย
“เบา ๆ ลูกคนมองหมดแล้ว” คมสันต์สะกิดลูก
“คุณพ่อไม่คิดว่าหนูจะอายบ้างเหรอคะถ้าเพื่อนรู้ว่ามีพ่อเป็นเป็นเสี่ยค่อยเลี้ยงเด็กมหาวิทยาลัยแล้วมิหนำซ้ำเค้ายังจะมาหลอกแค่เอาเงิน
คุณพ่อไม่ลืมหูลืมตาบ้างเลยหรือไง” เธอพูดพร้อมน้ำตาไหล

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น